ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ปิดล้อมตรวจค้น หน้าสถานีตำรวจภูธรบ้านเสด็จ 29-10-68

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง วันที่ 29 ต.ค. 68  เวลา 05.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชวลิต จินดารัตน์ ผกก.สภ.บ้านเสด็จ สั่งการให้ พ.ต.ท.จิรัฏฐ์ จิรพัชรศิรพร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองลำปาง ปฏิบัติราชการ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านเสด็จ , พ.ต.ท.นิธิโรจน์ ทวีชัยคุณานนท์ สว.สส.สภ.บ้านเสด็จ พร้อมชุดสืบสวน ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ปิดล้อมตรวจค้น หน้าสถานีตำรวจภูธรบ้านเสด็จ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายจริง เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายจริง เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่อาจกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการนำสิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยในห้วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดให้มีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น.โครงการคนละครึ่งในอดีตที่ผ่านมา (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง 2564) ได้พบพฤติการณ์ของประชาชนและร้านค้าบางส่วน ใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง นำสิทธิไปแลกเงินสดสมรู้ร่วมคิดในการใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงถือเป็น “การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ และยังต้องชดใช้คืนเงินให้รัฐอีกด้วย.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส ห้ามนำสิทธิดังกล่าวไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เนื่องจากเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย.และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบตั้งฐานปฏิบัติการ หากพบขอให้รีบแจ้ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบตั้งฐานปฏิบัติการ หากพบขอให้รีบแจ้ง.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมักใช้กลอุบายหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ.ที่ผ่านมาพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บางกลุ่มได้แฝงตัวตั้ง “ฐานปฏิบัติการ” ภายในที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร หรือบ้านเช่า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ และใช้โทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์ในการหลอกเหยื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกวาดล้างจับกุมทุกราย ไม่ให้สามารถมาตั้งฐานในไทยได้อย่างเด็ดขาด.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอตีแผ่ 4 พฤติกรรมต้องสงสัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสได้อย่างทันท่วงที ดังนี้.1. มีกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ปรากฏอาชีพชัดเจน มักมาเป็นกลุ่ม 3–6 คน เช่าที่พักระยะสั้น และไม่สุงสิงกับคนในชุมชน และมีพฤติกรรมเข้า – ออกไม่เป็นเวลา ซึ่งอาจเป็นการรวมกลุ่มทำงานภายในห้องเพื่อปฏิบัติการหลอกลวงทางโทรศัพท์2. มีเสียงพูดโทรศัพท์ภาษาต่างประเทศตลอดเวลา มักได้ยินเสียงสนทนาภาษาต่างประเทศดังออกมาจากห้องเกือบตลอดทั้งวัน โดยมีลักษณะเหมือนการอ่านสคริปต์ซ้ำ ๆ ในการโทรหลอกเหยื่อ3. ปิดม่านตลอดเวลา ไม่เปิดไฟในตอนกลางวัน แต่เปิดไฟตลอดทั้งคืน เพราะมักทำงานในช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศต้นทางของเหยื่อ และปิดม่านเพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเห็นการทำงานภายในห้อง4. มีอุปกรณ์สายไฟหรือเครื่องมือสื่อสารจำนวนมาก บางห้องมีปลั๊กพ่วงหรือสายไฟพาดหลายเส้น มีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเราเตอร์หลายเครื่อง และมักมีคนมาซ่อมหรือขนของเข้าออกบ่อยครั้ง.หากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ขอให้อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็น “ฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้บ้านคุณ โดยสามารถแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบได้ทันที ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง ลดธงครึ่งเสาถวายความอาลัยฯ

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง ลดธงครึ่งเสาถวายความอาลัย “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เสด็จสู่สวรรคาลัย

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรรคตฯ

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรรคต ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศ ดังต่อไปนี้ 1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป 2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม ประกาศ ณ วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร.ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สั่งยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์ในกัมพูชาใช้ยาแรงลุยกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกมิติฯ

ผบ.ตร.ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สั่งยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์ในกัมพูชาใช้ยาแรงลุยกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกมิติ เพิ่มความเข้มสร้างวัคซีนไซเบอร์ป้องกันคนไทยตกเป็นเหยื่อ

วันปิยมหาราช ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ พนักงาน ลูกจ้าง และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันปิยมหาราช๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๘น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ พนักงาน ลูกจ้าง และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เหตุชายขี่จักรยานพลัดหลงต้องการความช่วยเหลือ ที่บ้านห้วยยาง ม.6 ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 20.50 น.ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.บ้านเสด็จ ว่ามีเหตุชายขี่จักรยานพลัดหลงต้องการความช่วยเหลือ ที่บ้านห้วยยาง ม.6 ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง ร.ต.อ.พิชิตชัย ไชยาโส รอง สวป.สภ.บ้านเสด็จ ร้อยเวร 20 พร้อมสายตรวจ 201 ว.4 ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ว.15 ชายที่พลัดหลงฯ สอบถามเบื้องต้นชายดังกล่าวรู้จักชื่อและที่อยู่ของตนเอง และชายดังกล่าวประสงค์ขี่จักรยานกลับบ้านด้วยตนเอง เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

ร้อยเวร 20 พร้อมสายตรวจ 201 ว.4 ออกตรวจเปิดไฟวับวาบในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันเหตุและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนฯ

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง วันนี้ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 18.10 น.ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชวลิต จินดารัตน์ ผกก.สภ.บ้านเสด็จ , พ.ต.ท.พงษ์ศิลป์ ธนะภาษี รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.กำจร ใจจันทร์ สวป.ฯ สั่งการให้ ร.ต.ท.วิรัช วงค์บุตร รอง สว.(ป.)สภ.บ้านเสด็จ ร้อยเวร 20 พร้อมสายตรวจ 201 ว.4 ออกตรวจเปิดไฟวับวาบในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันเหตุและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและ ตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถแข่งกันในทางสาธารณะ ถนนสาย ลำปาง – งาว ผลการปฏิบัติ ไม่มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมแต่อย่างใดเหตุการณ์ทั่วไปปกติ