น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คิดถึง “สมเด็จย่า”๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๘วันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบรอบ 125 ปีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี.น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน แก๊ง “ม้าไทย กระโดดข้ามแดน” ระวังจะโดนข้อหาหนัก “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โทษจำคุกสูงสุด 15 ปี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน แก๊ง “ม้าไทย กระโดดข้ามแดน” ระวังจะโดนข้อหาหนัก “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โทษจำคุกสูงสุด 15 ปี.วันนี้ (19 ตุลาคม 2568) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีคนไทยบางส่วนไปมีส่วนร่วมในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน คนไทยด้วยกัน โดยการรับจ้างเปิดบัญชีม้า และข้ามแดนไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสแกนหน้าในการทำธุรกรรมโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชนที่คิดจะแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) และเดินทางไปอยู่กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทำการสแกนหน้ายืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด.การกระทำดังกล่าว นอกจากจะเป็นความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2568 มาตรา 9 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท แล้ว ยังจะเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 25 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 300,000 บาท อีกด้วย.ยกตัวอย่างกรณีเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีคำพิพากษาตามคดีหมายเลขดำที่ อ319/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ อ1230/2568 พิพากษาจำคุกผู้กระทำความผิด (บัญชีม้า) ถึง 41 ปี 258 เดือน กรณีเป็นเจ้าของบัญชีม้าและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และพิพากษาจำคุกผู้เป็นธุระจัดหา (ผู้ดูแลคอกม้า) ถึง 119 ปี 234 เดือน.หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสของผู้ที่ชักชวนหรือเป็นธุระจัดหาบุคคลให้ไปเปิดบัญชีม้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191, 1599 หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วันตำรวจ ประจำปี 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

“การทำงานของตำรวจมีความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจสูงมาก แม้ว่าจะเป็นงานที่มีความตรากตรำ เสี่ยงภัย เผชิญต่อภยันตรายอยู่ทุกเมื่อ แต่ตำรวจทุกนายยังคงยืนหยัดปกป้องชีวิตพี่น้องประชาชน ต่อสู้กับอริราชศัตรู ด้วยความสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจ ในฐานะของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันตำรวจ ประจำปี 2568

18 ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 18 ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันตำรวจ ปี 2568 สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 07.45 – 11.00 น. นำโดย พ.ต.ท.บรรจง เรืองสุข รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านเสด็จ รรท. ,พ.ต.ท.พงษ์ศิลป์ ธนะภาษี รอง.ผกก.ป. พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเสด็จ ร่วมเคารพธงชาติ พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิประจำ สภ. ทำบุญเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 และพีธีมอบทุนการศึกษาแก่่บุตรธิดาตำรวจ มอบประกาศเชิดชูข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมฯ พร้อมมอบของที่ระลึกวันตำรวจ ปี 2568 สภ.บ้านเสด็จ โดยมี นายประสิทธิ์ เตชะปลูก ประธานคณะกรรมการ กต.ตร พร้อมทั้งคณะกรรมการ กต.ตร สภ.บ้านเสด็จเข้าร่วม

สารของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องใน “วันตำรวจ” 17 ตุลาคม 2568

 สารของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องใน “วันตำรวจ”17 ตุลาคม 2568“พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่านวันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ”.ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ.ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น.ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์.หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ” แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป.ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะ พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว มีความสุข ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป”

กิจกรรมจิตอาสา พัฒนาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันนวมินทร มหาราช) 13 ตุลาคม 2568

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. นำโดย พ.ต.ท.บรรจง เรืองสุข รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านเสด็จ รรท. พร้อมคณะจิตอาสา ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเสด็จ เข้าร่วม กิจกรรมจิตอาสา พัฒนาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันนวมินทร มหาราช) 13 ตุลาคม 2568 ปรับปรุงภูมิทัศน์เก็บขยะเเละทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบ วัดปงสนุกเหนือและวัดปงสนุกใต้

๑๓ ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช”

ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์๑๓ ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช”วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ พนักงาน ลูกจ้าง และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน

 5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน .พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันยังคงเกิดเหตุอัคคีภัยภายในบ้านพักอาศัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำประชาชนให้ตระหนักถึง 5 สาเหตุหลักของการเกิดอัคคีภัยในครัวเรือน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและป้องกันได้ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนี้.1. ระบบไฟฟ้าเก่าเสื่อมสภาพ — สายไฟที่ใช้งานมานานอาจชำรุด ฉนวนหุ้มกรอบ แตก หรือหลุดออก ทำให้เกิดการรั่วของกระแสไฟและไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย2. ปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐาน — ปลั๊กพ่วงราคาถูก ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ไม่มีสวิตช์ตัดไฟ หรือใช้งานเกินกำลังไฟที่กำหนด อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนไฟลุกไหม้3. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด — เช่น สายไฟหลุด รอยไหม้บริเวณปลั๊ก หรือมีเสียงและกลิ่นผิดปกติ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที4. แก๊สหุงต้มรั่วซึม — มักเกิดจากสายยางแก๊สแตกร้าว หัวปรับแก๊สหลวม หรือวาล์วแก๊สไม่ปิดสนิท เมื่อเกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดได้5. จุดไฟโดยไม่ระวัง — เช่น การจุดธูป เทียน หรือบุหรี่แล้วทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล ซึ่งเป็นสาเหตุไฟไหม้ในบ้านที่พบได้บ่อย.สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พี่น้องประชาชน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์แก๊สเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และหากได้กลิ่นแก๊สภายในบ้าน ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือจุดไฟโดยเด็ดขาด ให้รีบปิดวาล์วแก๊สและเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทันที.ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเหตุเพลิงไหม้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนดับเพลิง 199 หรือ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง