สารของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องใน “วันตำรวจ” 17 ตุลาคม 2568

 สารของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องใน “วันตำรวจ”17 ตุลาคม 2568“พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่านวันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ”.ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ.ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น.ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์.หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ” แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป.ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะ พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว มีความสุข ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป”

๑๓ ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช”

ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์๑๓ ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช”วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ พนักงาน ลูกจ้าง และครอบครัวตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน

 5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน .พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันยังคงเกิดเหตุอัคคีภัยภายในบ้านพักอาศัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำประชาชนให้ตระหนักถึง 5 สาเหตุหลักของการเกิดอัคคีภัยในครัวเรือน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและป้องกันได้ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนี้.1. ระบบไฟฟ้าเก่าเสื่อมสภาพ — สายไฟที่ใช้งานมานานอาจชำรุด ฉนวนหุ้มกรอบ แตก หรือหลุดออก ทำให้เกิดการรั่วของกระแสไฟและไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย2. ปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐาน — ปลั๊กพ่วงราคาถูก ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ไม่มีสวิตช์ตัดไฟ หรือใช้งานเกินกำลังไฟที่กำหนด อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนไฟลุกไหม้3. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด — เช่น สายไฟหลุด รอยไหม้บริเวณปลั๊ก หรือมีเสียงและกลิ่นผิดปกติ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที4. แก๊สหุงต้มรั่วซึม — มักเกิดจากสายยางแก๊สแตกร้าว หัวปรับแก๊สหลวม หรือวาล์วแก๊สไม่ปิดสนิท เมื่อเกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดได้5. จุดไฟโดยไม่ระวัง — เช่น การจุดธูป เทียน หรือบุหรี่แล้วทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล ซึ่งเป็นสาเหตุไฟไหม้ในบ้านที่พบได้บ่อย.สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พี่น้องประชาชน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์แก๊สเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และหากได้กลิ่นแก๊สภายในบ้าน ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือจุดไฟโดยเด็ดขาด ให้รีบปิดวาล์วแก๊สและเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทันที.ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเหตุเพลิงไหม้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนดับเพลิง 199 หรือ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปีงบประมาณ 2569 ประกาศเป็นศัตรูกับนักค้ายา เดินเครื่องปราบยาเสพติดเด็ดขาด

 ปีงบประมาณ 2569ประกาศเป็นศัตรูกับนักค้ายาเดินเครื่องปราบยาเสพติดเด็ดขาด.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการปราบปรามจับกุมคดียาเสพติด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568.จับกุม 265,446 คดีผู้ต้องหา 265,109 รายตรวจยึดของกลางยาบ้า 1,083 ล้านเม็ดไอซ์ 51,916 กิโลกรัมคีตามีน 6,031 กิโลกรัมเฮโรอีน 11,294 กิโลกรัมอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติด 14,905 ล้านบาทสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติ

“ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้า เป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพ และครองใจประชาชน”

“ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้าเป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพและครองใจประชาชน”พิทักษ์ ๑พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( 1 ตุลาคม 2568 )

3 สิ่ง ที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ 

3 สิ่ง ที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ หากพบเจอ ฟันธงเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แน่นอน.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยขอเน้นย้ำ 3 สิ่ง ที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ ดังนี้1. “ไม่คอล” ตำรวจจะไม่ติดต่อกับประชาชนผ่านการสนทนาผ่านระบบวิดีโอ (Video Call) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่เกี่ยวกับการดำเนินคดี2. “ไม่โอน” ตำรวจจะไม่บอกให้ประชาชนโอนเงินมาให้ตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบจากธนาคารได้เอง3. “ไม่รับแจ้งผ่านเฟซ” ตำรวจจะไม่มีเพจรับแจ้งความออนไลน์ หรือการขอเฉลี่ยทรัพย์คืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก เพื่อป้องกันการแอบอ้าง.หากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า ท่านกำลังติดต่ออยู่กับมิจฉาชีพ อย่าหลงเชื่อโอนเงิน ส่งข้อมูลส่วนตัว หรือติดตั้งแอปพลิเคชันใด ๆ อย่างเด็ดขาด .และหากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ หรือแจ้งความออนไลน์ด้วยตนเอง ที่ 2 ช่องทางเท่านั้น คือ เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“ไฟดับ ขับเสี่ยง” ผิดกฎหมาย อันตรายทุกวินาที

“ไฟดับ ขับเสี่ยง”ผิดกฎหมาย อันตรายทุกวินาที***********ปัจจัยเสี่ยงจากสภาพรถที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุอับดับ 1 ไฟหน้า /ไฟท้าย ชำรุดอันดับ 2 อุปกรณ์รถไม่สมบูรณ์อับดัน 3 ระบบห้ามล้อ(เบรค)ขัดข้องอันดับ 4 ยาง: ข้อแนะนำตรวจความพร้อมของรถ ก่อนขับขี่ข้อมูลจาก ฐานข้อมูลอุบัตเหตุทางถนน PRS : 2567