เข้มข้น เด็ดขาด รุกปฏิบัติ 4 ด้าน ทำงานต่อเนื่อง

เข้มข้น เด็ดขาด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) สั่งการตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเดินหน้าปฏิบัติตาม 7 มาตรการ ปราบปรามต่างด้าวผิดกฎหมาย และปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ . รุกปฏิบัติ 4 ด้าน ทำงานต่อเนื่อง . ป้องกัน ตั้งจุดตรวจเข้มมากกว่า 17,000 จุด ตรวจสอบยานพาหนะกว่า 800,000 คัน เช็กทะเบียนรถ บุคคล กว่า 22,000 ข้อมูล ปราบปรามจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย ร่วม 2,000 ราย ปฏิเสธการเข้าเมือง เพิกถอนการอนุญาตจำนวนมาก ประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างการรับรู้ในสถานที่สำคัญ สนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว ดำเนินการทางปกครองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเลยหรือเกี่ยวข้องฯ . พบเบาะแส สอบถามข้อมูล ขอความช่วยเหลือ โทร.191 หรือ 1599 สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 ระวัง 5 ข้อความ SMS ทรงมิจฯ ส่งมาหลอกให้คลิก กดลิงก์ หลอกแชต ลวงให้โอนเงิน

 ระวัง 5 ข้อความ SMS ทรงมิจฯ ส่งมาหลอกให้คลิก กดลิงก์ หลอกแชต ลวงให้โอนเงิน เว็บไซต์พนัน หลอกว่าส่งพัสดุ เงินกู้ผิดกฎหมาย หลอกให้ลงทุน แอบอ้างหน่วยงานรัฐ ข้อความประเภทนี้มักแนบลิ้งก์ จูงใจด้วยข้อความชวนให้ตกใจ สงสัย อยากลุ้น อยากได้ เมื่อเผลอกดลิงก์ จะลวงให้แชต หว่านล้อมหลอกล่อให้โอนเงินให้ หรือให้ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ท้ายที่สุด มิจฯ จะขโมยเงินในบัญชี ขโมยข้อมูล

นายกรัฐมนตรี ย้ำปราบจริงจังบุหรี่ไฟฟ้า เรียก ถกผบ.ตร.-รมต.สำนักนายกฯ เข้มมาตรการไม่ให้ถึง มือเยาวชน

นายกรัฐมนตรี ย้ำปราบจริงจังบุหรี่ไฟฟ้า เรียก ถกผบ.ตร.-รมต.สำนักนายกฯ เข้มมาตรการไม่ให้ถึง มือเยาวชน ให้ทำความเข้าใจโทษ-ข้อกฎหมาย ให้เวลา 30 วัน ขอความร่วมมือดูแลเยาวชน วันนี้ (26ก.พ.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายก รัฐมนตรี โพสต์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ถึงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า มีเนื้อหาดังนี้ การปราบบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะในเยาวชน-พิ้นที่ใกล้โรงเรียน ต้องปราบปรามจริงจัง และใช้มาตรการกฎหมายอย่างเข้มงวดค่ะ วันนี้พูดคุยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ รัฐมนตรี จิราพร ซึ่งดิฉันได้มอบหมายให้ช่วยดูแลเรื่องนี้เป็นหลัก พูดคุยกันถึงมาตรการคุมเข้มและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ดิฉันขอให้ทุกฝ่ายดูแลอย่างเข้มงวด พื้นที่ใกล้โรงเรียน-สถานศึกษาต้องไม่มีการขายให้เยาวชน นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้าและข้อกฎหมายให้กับประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง เริ่ม ต้นที่การจัดการกับผู้นำเข้า seal ทุกจุด และจับกุมผู้ขายอย่างจริงจัง ซึ่งดิฉันให้ไทม์ไลน์ 30 วัน กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกรมศุลกากรในการปราบปรามอย่างเด็ดขาด

ผบ.ตร. ขีดเส้น 7 วัน ตรวจสอบคนต่างด้าวใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เตรียมเปิดปฏิบัติการเชิงรุกให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

ผบ.ตร. ขีดเส้น 7 วัน ตรวจสอบคนต่างด้าวใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เตรียมเปิดปฏิบัติการเชิงรุกให้เห็นผลเป็นรูปธรรม สั่งทุกหน่วยคุมเข้มมาตรการคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมแอบแฝงผิดกฎหมาย ก่อความเดือดร้อนต่อประชาชน หากพบดำเนินคดี เพิกถอนใบอนุญาตอย่างเด็ดขาด กำชับท้องที่ต้องมีแผนเผชิญเหตุ บังคับใช้กฎหมาย เข้าระงับเหตุคนต่างด้าวทันที.เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการเข้มให้หน่วยเร่งตรวจสอบ พฤติกรรมกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากปรากฏข้อมูลข่าวสารว่ามีกลุ่มคนต่างด้าวในหลายพื้นที่มีพฤติกรรมที่อาจขัดต่อความสงบของสังคม ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมืองก่อความวุ่นวายหรือความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะต่อพี่น้องประชาชน ตลอดจนการรวมกลุ่มแสดงออกหรือจัดกิจกรรมในลักษณะที่กระทบภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงสั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ดำเนินการ โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 เป็นหน่วยปฏิบัติหลักร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำข้อมูลท้องถิ่น ตรวจสอบกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติต่าง ๆ ที่มีพฤติกรรมในการรวมกลุ่มในพื้นที่รับผิดชอบ แกนนำต่างด้าวที่มีพฤติกรรมในการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม หรือฝ่าฝืนกฎหมาย หรือมีการกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แล้วรายงานข้อมูลให้ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) เพื่อกำหนดแผนระดมกวาดล้างและเปิดปฏิบัติการในภาพรวม.กรณีที่พบเหตุคนต่างด้าวฝ่าฝืนกฎหมาย หรือกระทำกรณีที่ไม่เหมาะสม ให้เข้าเผชิญเหตุ ระงับ ยับยั้ง บังคับใช้กฎหมายโดยทันที อย่าให้เหตุลุกลามหรือส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในภาพรวม และกรณีที่มีการดำเนินคดีกับคนต่างด้าวให้ทุกสถานีตำรวจดำเนินการสืบสวนทุกมิติ รวมทั้งการขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง.ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ตรวจสอบสถานะของคนต่างด้าว พฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนหรือไม่ตรวจอนุญาตต่อไป ในกรณีที่พบว่าคนต่างด้าวที่เข้ามามีพฤติการณ์ในลักษณะที่แอบแฝงกระทำความผิดในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคม กระทบต่อความสงบสุข ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือมีพฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรอย่างเคร่งครัด.ให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ชี้แจงนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ที่ดีในการท่องเที่ยว ส่วนกองบัญชาการตำรวจสันติบาล รับผิดชอบด้านการข่าวความมั่นคง ข้อมูลคนต่างด้าวและสัญชาติที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และให้วิเคราะห์สถานการณ์คนต่างด้าวในระดับพื้นที่จังหวัด กำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง พร้อมยังสั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สนับสนุนการปฏิบัติภายในอำนาจและหน้าที่ ประสานและบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด.นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบและรายงานผลการปฏิบัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ ภายใน 7 วัน มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ โดยให้เปิดปฏิบัติการบูรณาการกำลังทุกหน่วยร่วมปฏิบัติดำเนินการเชิงรุกให้ปรากฎผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทันที

5 ของขวัญวาเลนไทน์  รักแท้ สิ่งดี ๆ มอบให้คนที่คุณรัก ตำรวจแจกภูมิคุ้มกัน ( ปวด ) ใจ

5 ของขวัญวาเลนไทน์ รักแท้ สิ่งดี ๆ มอบให้คนที่คุณรักตำรวจแจกภูมิคุ้มกัน ( ปวด ) ใจ.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร. ) ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ. จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มกราคม 2568 พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 8 แสนราย ความเสียหายรวม 81,500 ล้านบาท แบ่งออกเป็น.วัยเรียน (อายุต่ำกว่า 25 ปี) ร้อยละ 15วัยทำงาน (อายุ 26 – 60 ปี) ร้อยละ 78และวัยสูงอายุ (อายุ 60 ปี ขึ้นไป) ร้อยละ 7.เพศชาย ร้อยละ 37เพศหญิง ร้อยละ 63.เห็นได้ว่าคนทุกเพศทุกวัย ก็สามารถตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ได้. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เทศกาล “วันวาเลนไทน์” หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลแห่งความรัก ที่พี่น้องประชาชนมักจะใช้โอกาสนี้ในแสดงความรักให้กับคนรัก หรือคนที่แอบชอบ นั้น.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอใช้โอกาสนี้ แนะนำพี่น้องประชาชน ที่ไม่ต้องการเจ็บปวดใจให้กับความรักที่ไม่สมหวัง ให้หันมาแสดงความรักกับคนในครอบครัว ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประขาชนจำนวนมาก โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแนะนำ ดังนี้. 1. แนะนำให้อย่าหลงเชื่อข้อความหวานหูจากบุคคลแปลกหน้าในโลกออนไลน์ 2. แนะนำให้รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ โดยเฉพาะ หลอกรักออนไลน์ (Romance Scam), หลอกลงทุน และแอปพลิเคชันปลอม 3. แนะนำให้มีภูมิคุ้มกันจากภัยไซเบอร์– ไม่กดลิงก์แปลกปลอม ที่ส่งมาทาง SMS หรือโซเชียลมีเดีย– ใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย และไม่ใช้รหัสเดียวกันทุกแพลตฟอร์ม– ตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีออนไลน์ เช่น ยืนยันตัวตน 2

ผบ.ตร. กำชับเด็ดขาด แก้ไขปัญหาอาชญากรรมเร่งด่วน

ผบ.ตร. กำชับเด็ดขาด แก้ไขปัญหาอาชญากรรมเร่งด่วน . ตามที่ รัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตร. ) มีนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวงหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันปราบปรามคนต่างด้าวที่เข้ามาในลักษณะที่แอบแฝงหรือกระทำความผิดในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร อันส่งผลต่อภาพลักษณ์หรือประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายของสังคมโดยรวม . ผบ.ตร.จึงกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้ ให้ ผบช. และ รอง ผบช. ที่ได้รับมอบหมาย ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น อำนวยการ กำกับ ดูแล ควบคุม พื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมาย และกำหนดมาตรการ ในการป้องกันปราบปราม สืบสวน สอบสวนอาชญากรรมดังกล่าวโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรม . หากปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีการปล่อยปละละเลย เพิกเฉย หรือพบข้อบกพร่องในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและ ตร. ดังกล่าว จะพิจารณาดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญาโดยเด็ดขาด ตามนัยคำสั่ง ตร. (กรมตำรวจ) ที่ 1212/2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ และคำสั่ง ตร. ที่ 234/2558 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข

งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา

งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา . ตำรวจพร้อมเข้มงวดดูแลความปลอดภัยประชาชนโดยเฉพาะศาสนสถานทั่วประเทศ . พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองสารนิเทศ (รอง ผบก.สปพ.รรท.ผบก.สท.) กล่าวว่า วันมาฆบูชาซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางพุทธศาสนา ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งตามประกาศราชกิจจานุเบกษา กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา 5 วัน ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นการขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศนั้น . กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำเตือนร้านค้าและผู้ประกอบการให้งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 00.01 – 24.00 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 (ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ) หากฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 . นอกจากนี้ พ.ต.อ.วรศักดิ์ฯ กล่าวว่า ในวันมาฆบูชาจะมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางไปทำบุญ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดหรือศาสนสถานต่างๆ ทั่วประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการร้านค้า . พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับตำรวจทั่วประเทศดูแลความปลอดภัยตามมาตรการด้านต่างๆ อย่างเข้มงวด โดยสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตราตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา และกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เรียบร้อย . พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากต้องการความช่วยเหลือ หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ทางสายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง