ระวัง 3 แก๊ง ภัยร้ายแฝงมาในช่วงเทศกาล ฉลองเทศกาล “คริสต์มาส & ปีใหม่ 2569” อย่างปลอดภัย

ระวัง 3 แก๊ง ภัยร้ายแฝงมาในช่วงเทศกาลฉลองเทศกาล “คริสต์มาส & ปีใหม่ 2569” อย่างปลอดภัย แก๊งประสงค์ร้ายถึงบ้านมิจฉาชีพแฝงมาในรูปแบบส่งของขวัญทั้งที่ไม่ได้สั่ง บริการสารพัดช่างเพื่อเข้ามาฉกทรัพย์ในบ้าน หรือมาในรูปแบบของบริการรับชุบล้างทองที่อาจเปลี่ยนทองจริงเป็นทองปลอม  แก๊งหลอกลวงมิจฉาชีพอาจมาในรูปแบบผู้ประกอบการรับจัดงาน เสนอโปรโมชันราคาดี แท้จริงแล้วไม่มีอะไรให้เลย หรืออาจแฝงมาในรูปแบบของการรับบริจาคเรี่ยไรทำบุญ ทั้งที่ไม่มีการบริจาคจริง แก๊งประสงค์ร้ายในที่สาธารณะมิจฉาชีพแฝงตัวมาในที่ผู้คนพลุกพล่าน ทั้งในรูปแบบของแก๊งล้วงกระเป๋า กรีดกระเป๋า หรือการหลอกลวงให้เล่นเกมเล่นพนันโดยมักเจอตามอาคารผู้โดยสารของรถบัส หรือสนามบิน มิจฉาชีพเหล่านี้จะมาตีสนิทชักชวนมีสติ เอ๊ะ! สักนิด ไม่หลงเชื่อ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ โทร 191 ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจยืนหยัดเคียงข้างกองทัพ ร่วมปกป้องอธิปไตย ชายแดนไทย – กัมพูชา

ตำรวจยืนหยัดเคียงข้างกองทัพร่วมปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย – กัมพูชาปฏิบัติการ 15 วันตชด. บาดเจ็บสะสม 41 นายอาการปลอดภัย ขวัญกำลังใจดีขอขอบคุณทุกกำลังใจ

ผบ.ตร. สั่งเข้ม “ปีใหม่ 2569” ปลอดภัยทุกมิติ ปราบอาชญากรรม ดูแลการจราจร คุมเข้มจุดเสี่ยง ป้องกันเหตุร้ายทั่วประเทศ

ผบ.ตร. สั่งเข้ม “ปีใหม่ 2569” ปลอดภัยทุกมิติ ปราบอาชญากรรม ดูแลการจราจร คุมเข้มจุดเสี่ยง ป้องกันเหตุร้ายทั่วประเทศ.วันนี้ (21 ธันวาคม 2568) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการทุกหน่วยเตรียมพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ในห้วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 เพิ่มมาตรการเข้มครอบคลุมทุกด้าน ทั้งป้องกันอาชญากรรม อำนวยความสะดวกจราจร ลดอุบัติเหตุ และรับมือเหตุการณ์ไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ในส่วนของมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท อาทิ ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ยาเสพติด การพนัน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้มีอิทธิพล-เงินกู้นอกระบบ ระหว่างวันที่ 17 – 25 ธันวาคม 2568 พร้อมกำชับให้เพิ่มความถี่สายตรวจตามสถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม จุดเสี่ยง สถาที่สำคัญต่าง ๆ พร้อมตรวจเข้มสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย อาวุธ วัตถุระเบิด ยาเสพติด พร้อมควบคุมสถานบริการ ห้ามพกอาวุธ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ และคุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด จัดทำ “โครงการตำรวจร่วมใจ ยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0)” ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยให้ประชาชนที่เดินทางไปต่างจังหวัดไม่มีใครอยู่บ้าน สามารถลงทะเบียนฝากบ้านกับตำรวจผ่านแอปพลิเคชัน “OBS” หรือที่สถานีตำรวจมาตรการป้องกันเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มทั่วประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากการฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายในช่วงวันหยุดยาว กำชับทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังและความพร้อมด้านความมั่นคง วางแผนเผชิญเหตุ เพิ่มกำลังเฝ้าระวังสถานที่สำคัญ จัดสายตรวจเหมาะสมตามพื้นที่ และเตรียมพร้อมหน่วยพิเศษ ชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ให้พร้อมสนับสนุนทันทีเมื่อมีเหตุ และเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวผิดปกติ รวมทั้งให้โรงพยาบาลตำรวจเตรียมทีมแพทย์-พยาบาลฉุกเฉิน และให้กองบินตำรวจพร้อมสนับสนุนอากาศยานรองรับการส่งกลับทางสายการแพทย์ได้ทันทีมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยให้ดูแลอำนวยความสะดวก และบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม

เตือนภัย “ข้าราชการบำนาญ” เดือนธันวาคมสแกมเมอร์พุ่งเป้าสูงวัย อุบายอัปเดตข้อมูล รับสิทธิ ลวงติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ หลอกโอนเงินสูญนับล้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย “ข้าราชการบำนาญ” เดือนธันวาคมสแกมเมอร์พุ่งเป้าสูงวัย อุบายอัปเดตข้อมูล รับสิทธิ ลวงติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ หลอกโอนเงินสูญนับล้าน วันนี้ (20 ธันวาคม 2568) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับปราบปรามสแกมเมอร์ การหลอกลวงออนไลน์ทุกรูปแบบเชิงรุก ตัดวงจรทุกมิติทั้งเส้นทางการเงิน ที่ตั้ง ผู้ร่วมขบวนการ และเน้นย้ำการสร้างวัคซีนป้องกันภัยออนไลน์ให้กับประชาชน ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลโดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ Anti Cyber Scam Center (ACSC) พบสถานการณ์น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ โดยพบว่าในเดือนธันวาคมนี้มีผู้ตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ กล่าวว่า คนร้ายมักใช้แผนประทุษกรรม โดยเริ่มต้นจากการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ ซึ่งเชื่อว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลข้าราชการบำนาญ ทำให้คนร้ายทราบทั้งชื่อ นามสกุล และหน่วยงานต้นสังกัดเดิมของเหยื่อ สร้างความน่าเชื่อถือในการติดต่อครั้งแรก โดยพฤติกรรมการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุดคือการโทรศัพท์ไปหาเหยื่อโดยตรง แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการหลังเกษียณ เช่น กรมบัญชีกลาง, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.), สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยใช้ข้ออ้างต่าง ๆ นานาเพื่อหลอกลวงเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข้อมูลเพื่อรับสิทธิประโยชน์ การขอรับเงินบำนาญ เงินบำเหน็จ หรือเงินฌาปนกิจ หลังจากใช้อุบายให้เหยื่อตายใจแล้ว คนร้ายจะชักจูงให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) ทำการพูดคุยต่อ จากนั้นจะส่งลิงก์สำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมที่อ้างว่าเป็นของหน่วยงานราชการนั้น ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อจากระยะไกล โดยเทคนิคสำคัญที่คนร้ายใช้คือการหลอกให้เหยื่อ “เปลี่ยนภาษา” ของแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือให้เป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะทำการโอนเงิน ซึ่งทำให้เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุไม่คุ้นชินกับเมนูและข้อความแจ้งเตือนต่าง ๆ และง่ายต่อการถูกหลอกให้ทำธุรกรรมโดยไม่รู้ตัว โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคม 2568 เพียงเดือนเดียว มีกลุ่มผู้สูงวัยอายุระหว่าง 60-74 ปี เข้าแจ้งความถูกหลอกโอนเงิน มียอดความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงเกือบ 1 ล้านบาทต่อราย สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มข้าราชการบำนาญเป็นเป้าหมายหลักที่คนร้ายให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเงินออมและอาจไม่เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ จึงขอประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ ดังนี้ 1 อย่าเชื่อใจสายที่ไม่คุ้นเคย: หากมีโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ

เเจ้งเตือน เเบงค์ปลอมระบาด เเนะนำวิธีสังเกต ธนบัตร

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง เเจ้งเตือน เเบงค์ปลอมระบาด เเนะนำวิธีสังเกต ธนบัตร ดังนี้ การสัมผัส 1. เนื้อกระดาษเหนียวต่างจากกระดาษทั่วไป 2 ลวดลายเส้นนูนสัมผัสความนูนได้ด้วยปลายนิ้ว ยกส่อง 1. ลายน้ำ พระบรมสาทิสลักษณ์และตัวเลขแจ้งราคามีความโปร่งใสพิเศษ แถบสี 1.เมื่อยกส่องจะเห็นเป็นเส้นตรง เมื่อพลิกเอียงจะเปลี่ยนสีสลับไปมาได้ พลิกเอียง 1.หมึกพิมพ์แม่เหล็กสามมิติ 2.ตัวเลขแฝง ขอขอบคุณข้อมูล : ธนาคารเเห่งประเทศไทย

มอบเกียรติบัตรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเสด็จ กรณี เหตุบุคคลคุ้มคลั่งในพื้นที่ สภ.บ้านเสด็จ

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 พลตำรวจตรี ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง มอบเกียรติบัตรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเสด็จ กรณี เหตุบุคคลคุ้มคลั่งในพื้นที่ สภ.บ้านเสด็จ

🇹🇭 “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ส่งกำลังใจให้ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจกล้าแนวหน้า และทหารกล้าทุกนาย ในภารกิจพิทักษ์แผ่นดิน ยืนหยัดรักษาอธิปไตยไทย

 “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ส่งกำลังใจให้ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจกล้าแนวหน้า และทหารกล้าทุกนาย ในภารกิจพิทักษ์แผ่นดิน ยืนหยัดรักษาอธิปไตยไทย