บรรยายให้ความรู้เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและ Re X-ray ตรวจหาสารเสพติดครูนักเรียนบุคลากรณ ณ โรงเรียนเมืองมายวิทยาฯ

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 น. โดยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชวลิต จินดารัตน์ผกก.สภ.บ้านเสด็จ , พ.ต.ท.พงษ์ศิลป์ ธนะภาษี รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.กำจร ใจจันทร์ สวป.ฯ สั่งการให้ ร.ต.อ.พิชิตชัย ไชยาโส รอง สวป.สภ.บ้านเสด็จ ร้อยเวร 20 ด.ต.อากาศ ทองแสน ผบ.หมู่(ป.)ฯ พร้อมสายตรวจ 201 ว.4 บรรยายให้ความรู้เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและ Re X-ray ตรวจหาสารเสพติดครูนักเรียนบุคลากรณ ณ โรงเรียนเมืองมายวิทยา ม.9 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง

การประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ถนนเส้นลำปาง-งาว บริเวณจุดกิ่วไร่ หลักกิโลเมตร 733-734 และ บริเวณแยกไฟแดงเขื่อนกิ่วลมฯ

สภ.บ้านเสด็จ จว.ลำปาง การประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ถนนเส้นลำปาง-งาว บริเวณจุดกิ่วไร่ หลักกิโลเมตร 733-734 และ บริเวณแยกไฟแดงเขื่อนกิ่วลม พร้อมประชุมแผนเผชิญเหตุกรณีรถยนต์กีดขวางปิดทางการจราจร ตามหลักการ ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ( Community Policing ) โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน( Partnership ) ในการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และดำเนินการตามแผนร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่รับผิดชอบ ( ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.บ้านเสด็จ )

ผลการปฏิบัติในการกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ และตัดวงจรสะพานโจร คน – สาย – เสา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน

ผลการปฏิบัติในการกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ และตัดวงจรสะพานโจร คน – สาย – เสา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับทุกหน่วยดูแลประชาชนช่วงเทศกาลลอยกระทง ป้องกันอันตรายต่อทรัพย์และชีวิต

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับทุกหน่วยดูแลประชาชนช่วงเทศกาลลอยกระทง ป้องกันอันตรายต่อทรัพย์และชีวิต . พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นี้ เป็นวันลอยกระทง ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนไทย เป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำให้คงอยู่ ซึ่งในปีนี้พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยังคงจัดงานประเพณีลอยกระทง โดยปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีวันลอยกระทงในสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาชญากรรม ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายต่างๆ รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงาน . พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้หน่วยต่างๆ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยให้เพิ่มความเข้มในการกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทช่วงก่อนวันลอยกระทง, จัดทำแผน/มาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้สอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์มากที่สุด ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมให้กวดขัน ตรวจตรา ตรวจสอบ สถานบริการและสถานบันเทิง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนใช้บริการ ไม่มีอาวุธ สารเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย อย่างเด็ดขาด และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา รักษาความปลอดภัยในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก . นอกจากนี้ ให้กวดขันจับกุมผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน, กวดขันไม่ให้มีผู้ลักลอบผลิต และจำหน่ายดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด หากพบให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทันที เพื่อป้องกันเหตุร้าย และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดการจราจรเป็นประจำ ในบริเวณสถานที่ที่คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก และเส้นทางที่คาดว่าจะมีปัญหาจราจร พร้อมจัดเส้นทางรองรับการจราจรที่หนาแน่น . พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ไม่สวมเครื่องประดับ สิ่งของมีค่า หรือนำทรัพย์สินติดตัวไปจำนวนมาก เพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสประทุษร้ายต่อทรัพย์ได้ และให้ระมัดระวังการใช้บริการโป๊ะ ท่าเทียบเรือ หรือพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย สำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะต้องเมาไม่ขับ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองในการกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังเพื่อมิให้ถูกหลอกลวงไปในทางมิชอบ หรือประพฤติตนไม่สมควร รวมถึงไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเที่ยวงานโดยลำพัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดเทศกาลลอยกระทงนี้

6 เทคนิค ขับรถลุยน้ำ แบบรถไม่ดับ เครื่องไม่พัง ถึงที่หมายปลอดภัย

เซฟเก็บไว้เลย6 เทคนิค ขับรถลุยน้ำ แบบรถไม่ดับ เครื่องไม่พัง ถึงที่หมายปลอดภัย ปิดแอร์ทันที ลดความเร็วลง ใช้เกียร์ต่ำ รักษาระยะห่างจากรถคันอื่น เมื่อขับพ้นน้ำท่วมเหยียบเบรกย้ำ ๆ ถึงที่หมายอย่าเพิ่งดับเครื่องทันที ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอบถามข้อมูลการจราจรโทร.1197 สายด่วน บก.จร. ( ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล )โทร.1193 สายด่วนตำรวจทางหลวงโทร. 191 แจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ 

เตือนภัย  มุกใหม่มิจฉาชีพ อ้างเป็นโรงพยาบาล หลอกว่าญาติป่วย โน้มน้าวเร่งให้โอนเงิน

เตือนภัย มุกใหม่มิจฉาชีพ อ้างเป็นโรงพยาบาล หลอกว่าญาติป่วย โน้มน้าวเร่งให้โอนเงิน. วิธีหลอกลวงของมิจฉาชีพ• อ้างว่าโทรมาจากโรงพยาบาล• พูดจาสุภาพ บอกชื่อเรา และญาติได้ถูกต้องเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ• แจ้งว่าญาติได้รับบาดเจ็บ ต้องรีบชำระค่ารักษาด่วน!• อ้างว่าผู้บาดเจ็บมีประกัน และใส่ชื่อเราเป็นผู้รับผลประโยชน์• โน้มน้าวให้เรารีบโอนเงินให้ก่อน แล้วจะได้เงินประกันมากกว่าเดิม.จุดเสี่ยง มิจฉาชีพใช้เบอร์โทรที่ดูเหมือนเบอร์ปกติ อาจไม่บ่งบอกว่าเป็นเบอร์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพมักเลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุ กลุ่มนี้ตกเป็นเป้าได้ง่ายที่สุด.แนวทางป้องกัน• ตั้งสติ และ อย่ารีบโอนเงินทันที• โทรตรวจสอบกับญาติหรือโรงพยาบาลโดยตรง• ยืนยันข้อมูลทุกครั้งก่อนโอน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายจริง เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายจริง เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่อาจกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการนำสิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยในห้วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดให้มีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น.โครงการคนละครึ่งในอดีตที่ผ่านมา (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง 2564) ได้พบพฤติการณ์ของประชาชนและร้านค้าบางส่วน ใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง นำสิทธิไปแลกเงินสดสมรู้ร่วมคิดในการใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงถือเป็น “การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ และยังต้องชดใช้คืนเงินให้รัฐอีกด้วย.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส ห้ามนำสิทธิดังกล่าวไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เนื่องจากเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย.และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบตั้งฐานปฏิบัติการ หากพบขอให้รีบแจ้ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบตั้งฐานปฏิบัติการ หากพบขอให้รีบแจ้ง.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมักใช้กลอุบายหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ.ที่ผ่านมาพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บางกลุ่มได้แฝงตัวตั้ง “ฐานปฏิบัติการ” ภายในที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร หรือบ้านเช่า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ และใช้โทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์ในการหลอกเหยื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกวาดล้างจับกุมทุกราย ไม่ให้สามารถมาตั้งฐานในไทยได้อย่างเด็ดขาด.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอตีแผ่ 4 พฤติกรรมต้องสงสัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสได้อย่างทันท่วงที ดังนี้.1. มีกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ปรากฏอาชีพชัดเจน มักมาเป็นกลุ่ม 3–6 คน เช่าที่พักระยะสั้น และไม่สุงสิงกับคนในชุมชน และมีพฤติกรรมเข้า – ออกไม่เป็นเวลา ซึ่งอาจเป็นการรวมกลุ่มทำงานภายในห้องเพื่อปฏิบัติการหลอกลวงทางโทรศัพท์2. มีเสียงพูดโทรศัพท์ภาษาต่างประเทศตลอดเวลา มักได้ยินเสียงสนทนาภาษาต่างประเทศดังออกมาจากห้องเกือบตลอดทั้งวัน โดยมีลักษณะเหมือนการอ่านสคริปต์ซ้ำ ๆ ในการโทรหลอกเหยื่อ3. ปิดม่านตลอดเวลา ไม่เปิดไฟในตอนกลางวัน แต่เปิดไฟตลอดทั้งคืน เพราะมักทำงานในช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศต้นทางของเหยื่อ และปิดม่านเพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเห็นการทำงานภายในห้อง4. มีอุปกรณ์สายไฟหรือเครื่องมือสื่อสารจำนวนมาก บางห้องมีปลั๊กพ่วงหรือสายไฟพาดหลายเส้น มีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเราเตอร์หลายเครื่อง และมักมีคนมาซ่อมหรือขนของเข้าออกบ่อยครั้ง.หากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ขอให้อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็น “ฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้บ้านคุณ โดยสามารถแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบได้ทันที ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง