สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือน “อวสาน Windows 10”เหลือเดือนสุดท้าย เสี่ยงโดนแฮก หลัง Microsoft ยุติการสนับสนุน 14 ตุลาคม 2568

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือน “อวสาน Windows 10”เหลือเดือนสุดท้าย เสี่ยงโดนแฮก หลัง Microsoft ยุติการสนับสนุน 14 ตุลาคม 2568 นี้.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ยังคงสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด สืบเนื่องจากบริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft Corporation) ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า ระบบปฏิบัติการ Windows 10 จะสิ้นสุดระยะเวลาการสนับสนุน (End of Support) ในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่จะถึงนี้ ซึ่งหมายความว่า หลังจากวันดังกล่าว ผู้ใช้งาน Windows 10 จะไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัย (Security Updates) และการแก้ไขช่องโหว่ (Vulnerability Patches) ใด ๆ จากบริษัทผู้พัฒนาอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการดังกล่าว จะตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัยรูปแบบต่าง ๆ เช่น.1. “ไม่ปลอดภัยจากภัยคุกคาม” เช่น มัลแวร์ (Malware) แรนซัมแวร์ (Ransomware) หรือ ถูกควบคุมเครื่องระยะไกล (Remote Access Trojan: RAT)2. “อาจถูกเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว” เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน ไฟล์เอกสาร ภาพถ่าย และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ3. “เสี่ยงต่อการถูกเรียกค่าไถ่ (Ransomware)” โดยการเข้ารหัสข้อมูลในเครื่อง ทำให้ไม่สามารถใช้งานหรือเข้าถึงข้อมูลได้ จากนั้นคนร้ายจะบังคับให้จ่ายเงินเพื่อปลดล็อก4. “ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี” เนื่องจากมิจฉาชีพมักจะใช้เครื่องมือสำหรับเจาะระบบเก่าที่ไม่มีการป้องกัน (Exploit toolkit).สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับพี่น้องประชาชน ตลอดจนหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ดังนี้– อัปเกรดระบบปฏิบัติการเป็น Windows 11 หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่นที่ยังได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัย– หากยังจำเป็นต้องใช้งาน Windows 10 ให้หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต– ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เชื่อถือได้ พร้อมอัปเดตฐานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ–

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการตำรวจทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบกรณี “บัญชีม้า” พร้อมกำชับให้ปลดล็อกบัญชีของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ภายในครึ่งวัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการตำรวจทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบกรณี “บัญชีม้า” พร้อมกำชับให้ปลดล็อกบัญชีของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ภายในครึ่งวัน หากพบเหตุ สามารถแจ้งได้ทันทีที่ สายด่วน 1441 191 1599 ตำรวจพร้อมเร่งดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเต็มที่

โอน = โดนหลอก ตำรวจจริง ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินได้เอง ไม่ต้องโอนเงินมาให้ตรวจสอบสักบาทฯ

โอน = โดนหลอก ตำรวจจริง ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินได้เอง ไม่ต้องโอนเงินมาให้ตรวจสอบสักบาท ตำรวจปลอม พยายามหว่านล้อมให้โอนเงิน บอกว่าท่านถูกตรวจสอบเพราะเกี่ยวข้องทำผิดกฎหมาย ต้องโอนเงินให้ตรวจสอบบัญชี!! . พฤติกรรมมิจฉาชีพ • โทรมาอ้างเป็นตำรวจ • ทักแชต ส่งไลน์ วิดีโอคอล หลอกว่ามีคดี • ขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสบัญชี • หลงกลโอนปุ๊บ หนีปั๊บ โจรบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ . รู้ก่อนโอน การตรวจสอบบัญชีทำได้ผ่านระบบราชการ หากมีคดีจะมีเอกสารทางการไม่ใช่การทักแชตหรือโทรบังคับโอน ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอบถาม โทร.1441 ตำรวจไซเบอร์ แจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง “ร่วมรณรงค์ป้องกันเหตุ ที่อาจจะเป็นภัยกับร้านค้า”

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง “ร่วมรณรงค์ป้องกันเหตุ ที่อาจจะเป็นภัยกับร้านค้า” 1. ไม่รับลูกค้าแต่งกายปิดบังใบหน้า 2. ติดตั้งระบบประตูล้อคนิรภัย 3. ติดตั้งลูกกรงเหล็กดัด 4. จัดให้มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพนักงาน 5. ติดตั้งกล้องวงจรปิด 6. เสริมมาตรการความปลอดภัยด้วย รปภ. ประจำร้าน

3 ขั้นตอน เก็บหลักฐานเพื่อแจ้งความ เอาผิดมิจฯ หลอกลวงทาง Facebook 

3 ขั้นตอน เก็บหลักฐานเพื่อแจ้งความ เอาผิดมิจฯ หลอกลวงทาง Facebook .สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำวิธีเก็บ URL เฟซบุ๊กมิจฉาชีพ ให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.)เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์พบว่า มิจฉาชีพนิยมใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการก่อเหตุ.เพื่อให้ประชาชนสามารถเก็บข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวกับบัญชีเฟซบุ๊กของมิจฉาชีพ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ในการแจ้งความดำเนินคดีได้.สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำ วิธีการเก็บ URL และข้อมูลบัญชีเฟซบุ๊กของมิจฉาชีพ ดังนี้ กรณีใช้งานผ่านเว็บไซต์ (คอมพิวเตอร์)1. ให้เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของมิจฉาชีพ2. คลิกที่ URL ซึ่งอยู่ด้านบนของเบราว์เซอร์3. คัดลอกหรือบันทึกภาพหน้าจอ URL และหน้าโปรไฟล์กรณีใช้งานผ่าน แอปพลิเคชันมือถือ1. ให้เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของมิจฉาชีพ2. กดที่ปุ่มสัญลักษณ์ “…”3. เลื่อนลงไปด้านล่างสุด แล้วคัดลอกหรือบันทึกภาพหน้าจอ URL.เพียงเท่านี้ พี่น้องประชาชนก็จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบในการแจ้งความออนไลน์ หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ.ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งความออนไลน์ที่เว็บไซต์ ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทร สายด่วน 1441 และ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เตือน 14 จังหวัดภาคเหนือ เฝ้าระวัง!! พายุดีเปรสชั่น ทำให้มีฝนตกหนักมาก วันที่ 30 ส.ค. – 1 ก.ย. 68

เตือน 14 จังหวัดภาคเหนือ เฝ้าระวัง!! พายุดีเปรสชั่น ทำให้มีฝนตกหนักมาก วันที่ 30 ส.ค. – 1 ก.ย. 68